ทำ Google Adwords ด้วยตัวเอง — SKAGs ​ที่เอเจนซี่ใช้เพิ่ม CTR ได้กว่า 20%

Single Keyword Ad Groups (SKAGs) คืออะไร จะช่วยให้คุณ ทำ Google Adwords ด้วยตัวเอง ได้ยังไง? มาลองดูกันค่ะ ☺

Google Ads เป็นเครื่องมือที่นักการตลาดหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการทำ Google AdWords

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย เกือบทุกครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลใน Google เว็ปไซต์แรก ๆ ที่ขึ้นมา พร้อมด้วยสัญลักษณ์ Ad ข้างหน้า ก็คือเว็ปไซต์ที่จ่ายโฆษณาให้ Google ผ่าน Google AdWords เพื่อที่จะได้ขึ้นมาแสดงผลให้คุณนี่แหละค่ะ

การทำโฆษณาผ่าน Google AdWords เป็นหนี่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากถือว่าเป็น high-intent channel ค่ะ คนที่เสิชหาข้อมูลใน Google นับว่ามีความต้องการที่จะซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการของเราได้ค่อนข้างมาก

โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่เราสร้าง แอคเคาท์ AdWords ขึ้นมา Google จะแนะนำให้เราสร้าง Structure ของ AdWords ของเราให้ออกมาแบบตามรูปประกอบนี้

อธิบายง่ายๆ ก็คือ สมมติเราอยากจะยิงโฆษณาไปหาคนที่เสิชว่า

  • กระโปรงสีดำ
  • กางเกงสีดำ
  • ชุดสีดำ
  • หมวกสีดำ

เราก็เอา keyword เหล่านี้ ใส่ลงไปใน Ad Group เดียวกันให้หมดเลย หลังจากนั้นเราก็คิดโฆษณาที่จะถูกแสดงให้คนที่เสิชหาข้อความเหล่านี้ เช่น

  • ซื้อกระโปรงสีดำตอนนี้ ลดเลย 70%
  • ชุดสีดำราคาดีที่สุดในโลก
  • หมวกสีดำ ดำดีดำที่สุดดำไม่เหมือนใคร
  • กางเกงสีดำทุกแบบทุกทรง หาได้ที่นี่

ซึ่งที่จริงแล้ว นี่เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการสร้างแคมเปญใน AdWords เลยค่ะ เราแค่ลองคิดกลุ่มคำขึ้นมา แล้วก็เลือกกลุ่มเป้าหมายทีเดียว เพื่อส่งโฆษณานี้ไป ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ

แต่ข้อเสียของวิธีการแบบนี้ก็คือ โฆษณาที่จะถูกแสดงผลไปหากลุ่มเป้าหมาย จะกลายเป็นโฆษณาที่เป็นแบบกลาง ๆ ไม่เจาะจงค่ะ เพราะว่าต้องเป็นโฆษณาที่เหมาะกับทุก Keywords ที่เราใส่ลงไปใช่มั้ยล่ะคะ ทีนี้โฆษณาของเรา เลยไม่สามารถตอบโจทย์สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายของเรากำลังหาได้เลยซัก Keyword เดียวค่ะ

เช่นตามตัอย่างทางด้านบน ถ้าคนเสิชหาคำว่ากระโปรงสีดำ แล้วเห็นโฆษณาว่า “หมวกสีดำทุกแบบทุกทรง หาได้ที่นี่” เทียบกับการเจอโฆษณาว่า “กระโปรงสีดำทุกแบบทุกทรง หาได้ที่นี่” กลุ่มเป้าหมายของเราก็คงจะเลือกคลิกโฆษณาที่มีคำว่า กระโปรงสีดำ อยู่ในนั้น ตามที่เราค้นหาใช่มั้ยล่ะคะ? ​นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ SKAGs หรือ Single Keyword Ad Groups กลายมาเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมจากเอเจนซี่เจ้าดังมากมายเลยค่ะ

Clicteq ซึ่งเป็นเอเจนซี่จากลอนดอน ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า สามารถเพิ่ม CTR ได้ 28.1% จากการใช้ SKAGs อีกทั้งยังเพิ่ม Quality ของ Ad จาก 5 เป็นเกือบ 8 ได้อีกด้วย

และแน่นอนว่าเมื่อ CTR ของเราดีขึ้น และคุณภาพ Ads ของเราดีขึ้น CPC ของเราก็จะลดลงตามไปด้วย

AdEspresso studied 104,256 ads and found this

แล้ว SKAGs นี่มันหน้าตาเป็นยังไงกันนะ?​

ถ้าจะสรุปแบบสั้น ๆ SKAGs ก็คือการเอา Keywords แต่ละคำ มาแบ่งใส่แต่ละ Ad Group นั่นเอง ตาม Structure ข้างล่างนี้ค่ะ

โดยแต่ละ Keywords จะถูกใส่ Match Type ไว้สามแบบ ได้แก่ Modified Broad Match, Phrase Match, และ Exact Match

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองดูตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

จะเห็นได้ว่า วิธีนี้ ทำให้เราสามารถเลือกเทสโฆษณาได้ตรงกับ Keywords และกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นค่ะ

  • คนที่เสิชหากระโปรง ก็จะเจอโฆษณาที่มีคำว่ากระโปรง
  • คนที่เสิชหาคำว่าหมวก ก็จะเจอโฆษณาที่มีคำว่าหมวก

ซึ่งแน่นอนว่าทำให้โอกาสในการคลิกเพิ่มขึ้น CTR เพิ่มขึ้น Relevant Score + Ads Quality ดีขึ้น และทำให้ CPC ของเราลดลงเช่นกัน

นอกจากข้อดีที่เล่ามาซะเยอะแล้ว SKAGs ยังช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการแคมเปญ AdWords ของเราได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะ เนื่องจากมีการจัด Structure ที่มีระเบียบ อีกทั้งยังทำให้เราสามารถจัดการงบประมาณที่มี ไปให้กับ Keywords ที่ Performance ดีได้ แบบละเอียดและเจาะจงสุดๆ

ส่วนการเริ่มใช้งานจริง แนะนำว่าให้เริ่มใช้กับ AdWords Campaign ที่มีการเริ่มยิงโฆษณามาสักพักแล้ว เพื่อที่เราจะได้มีไอเดียว่า Search Term แบบไหน หรือ Keywords ไหนที่มี Performance ที่ดี สามารถนำมาต่อยอดทำเป็น SKAGs ได้

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ คงจะพอเข้าใจแล้วว่า SKAGs นั้นมีข้อดียังไงบ้าง ถึงตอนนี้ คุณก็สามารถ ทำ Google Adwords ด้วยตัวเอง ได้แล้วล่ะ ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ รบกวนฝากกดแชร์ออกไปด้วยน้า ในตอนหน้า เราจะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียด ถึง Match type แบบต่างๆ รวมไปถึงวิธีการ implement SKAGs แบบละเอียดโดยเฉพาะการใช้ Adwords Editor เพื่อประหยัดเวลาด้วยค่ะ :)

กด follow ที่นี่ หรือถ้าต้องการที่ปรึกษาด้าน AdWords ไปติดตามกันต่อได้ที่เว็ปไซต์เลย :)

Foodie. Product Owner. Writer. Digital Nomad. https://chalakornberg.com/

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store