Featured Snippets ปรับเว็บให้ติดอันดับ 0 บน Google SEO (วิจัย 2021)

การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับบน Google นั้นเรียกว่าต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการปรับเว็บไซต์ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ และ Google ก็มีฟีเจอร์ใหม่ๆ มาทดสอบให้เราได้ปรับเว็บกันอยู่ตลอดเวลา หนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ก็คือ Featured Snippets หรือการติดอันดับ 0 บน Google นั่นเอง เรียกได้ว่าพ่อทุกสถาบันอย่างแท้จริง อยู่เหนือทุกคนไปเลย แต่หลังจากที่ปล่อยฟีเจอร์นี้มาตั้งแต่ปี 2014 Google ไม่ได้บอกมาด้วยค่ะ ว่าทำยังไงถึงจะติดตำแหน่งนี้ได้ (แต่ดันบอกวิธีการทำเว็บไม่ให้ติดอันดับนี้ซะอย่างงั้น) หลายคนเลยได้แต่เดาว่าเค้าคิดยังไงกับเรา เอ้ย ว่าทำยังไงถึงจะติดอันดับ 0 บน Featured Snippets นี้ได้ วันนี้เลยจะลองมาเล่ากันว่า Featured Snippets คืออะไร จนไปถึงงานวิจัยที่เกียวข้องกันเลยค่ะ

Featured Snippets คืออะไร?

Featured Snippets คือผลการค้นหาอันดับแรกสุดบน Google หรืออันดับ 0 ค่ะ โดยเป้าหมายคือให้ผู้ใช้งานเจอคำตอบที่ต้องการทันที ไม่ต้องคลิกเข้าไปดูทีละเว็บ บางคนก็เลยเรียกเจ้าสิ่งนี้ว่า “answer boxes” หรือกล่องคำตอบค่ะ

การติดอันดับบน Featured Snippets หมายความว่าเราจะได้พื้นที่บนหน้าการค้นหามากขึ้นอย่างแน่นอน บนมือถือนี่คือกินพื้นที่ไปเกือบ 50% เลยค่ะ ทำให้คนเห็นเรามากขึ้น ดูน่าเชื่อถือขึ้น และสิ่งเดียวที่จะขึ้นมาเหนือเราได้ก็คือ Google Ads (PPC) ค่ะ

ประเภทของ Featured Snippets

ตัวเจ้ากล่องคำตอบนี้มีหลายประเภทเลยค่ะ แต่ละคนก็แบ่งคนละแบบ ในที่นี้เราจะแบ่งกันออกเป็นสี่แบบโก๋แก่ เอ้ย ได้แก่

ตัวพารากราฟนี้หมายความว่าคำตอบที่ขึ้นมาจำเป็นตัวหนังสือยาวๆ จะมีรูปด้วยหรือไม่ก็ได้ค่ะ

พวกนี้จะเป็นคำตอบที่ลิสเป็นข้อๆ ค่ะ จะเป็นแบบ Bullet list หรือว่าลิสตามตัวเลข 1 2 3 ปลาฉลามขึ้นบกก็ได้

ส่วนใหญ่กล่องคำตอบที่ได้รับการ featured แบบวิดีโอ จะมาจาก YouTube ค่ะ

ตัวตารางก็คือทำผิดแล้วโดนจับ (คนละตาราง!) คือข้อมูลที่เป็นตารางแบบนี้ค่ะ นานๆ จะเห็นสักที แต่สิ่งที่เราไม่เห็น ไม่ใช่ว่ามันไม่มีเนอะ ❤️

ผลกระทบจากการติด Featured Snippets ทำไมมันถึงสำคัญ?

มีลการรีเสิร์ชหลายตัวเลยค่ะ ที่บอกว่า Featured Snippets นี้คือดีมากๆ ถ้าติดได้ เช่น

  • Search Engine Land รายงานไว้ว่าหลังจากที่เว็บเค้าติดอันดับในกล่องคำตอบนี้ได้ ทำให้ CTR หรืออัตราการคลิกเข้าเว็บของเค้าเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 8% และรายได้จากคนเข้าเว็บเพิ่มขึ้น 677% เลยค่ะ
  • อีกรายงานบอกว่าเว็บไซต์ ConfluentForms.com​ มีคนเข้าเว็บเพิ่มขึ้น 20–30% หลังจากติด Featured Snippet ได้

แต่บางครั้งการติด Featured Snippet ก็อาจจะทำให้มีคนคลิกน้อยลงก็ได้ค่ะ ถ้าคนได้คำตอบไปเรียบร้อยแล้ว เช่น ถ้าพิมพ์ว่าตลาดหุ้นปิดกี่โมง เราก็ได้คำตอบแล้ว แบบที่ไม่ต้องกดเข้าเว็บไปเลยค่ะ

วิธีเช็กว่าเว็บเรามีติด Featured Snippets หรือเปล่า?

เมพยายามหาเครื่องมือฟรีแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีเลยค่ะ แต่ถ้าใครมี Ahrefs สามารถเข้าไปใช้ Site Explorer > Organic Keywords แล้วเลือกฟิลเตอร์​ Featured Snippet ได้ค่ะ อย่างตัวด้านล่างนี้ เมลองเช็กกับเว็บ The Standard จะเห็นว่าเค้ามีติดกล่องคำตอบนี้ ด้วยคำว่า “ฝันคืนสู่ต้าชิง” พอลองไปเช็กดู ก็มีติดจริงๆ ค่ะ

คอนเทนต์ประเภทไหน ติด Featured Snippets เยอะที่สุด

ทาง SEMrush ทำวิจัยไว้ค่ะ ว่าจากการค้นหาทั้งหมด มีประมาณ 19% ที่มีผลการค้นหาแบบ answer box หรือ Featured Snippets นี้ขึ้นมา และจากงานวิจัยนี้ก็พบว่าประเภทของเนื้อหาที่ติดอันดับศูนย์เยอะที่สุด ก็คือแบบตัวหนังสือปกติ (Paragraph) ค่ะ คิดเป็น 70% เลยทีเดียว ส่วนตัวอื่นๆ ตามมาและวิดีโอมีติดขึ้นมาน้อยที่สุดค่ะ

วิธีทำให้เว็บติด Featured Snippets

การทำเว็บให้ติดอันดับศูนย์มีข้อดีมากมาย ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าขั้นตอนที่แน่นอนในการทำให้เราติดอันดับบน Featured Snippet คืออะไร แต่ก็มีหลายแนวทางให้เราได้ทำตามกันได้ค่ะ 🙂

ปรับปรุงหน้าเว็บที่ติดหน้าแรกอยู่แล้ว

Ahrefs ได้วิจัยเอาไว้ว่าหน้าเว็บที่จะติด Featured Snippet ได้นั้น ส่วนใหญ่มาจากหน้าเว็บที่ติดหน้าแรกอยู่แล้วค่ะ ดังนั้นถ้าเราไปสำรวจดูว่าหน้าเว็บไหนที่ติดหน้าแรกอยู่แล้ว แต่ยังไม่มี Featured Snippet แล้วก็เอามาจัดลำดับความสำคัญด้วยการดูว่าคำไหนจะดีต่อธุรกิจของเรามากกว่า เช่น เกี่ยวกับของที่เราขาย แล้วก็ดูปริมาณการค้นหาคำนั้นๆ ค่ะ

จากนั้นก็ไปดูว่ามีหน้าเว็บที่ติด Featured Snippet ในคำนั้นหรือเปล่า ถ้ามีก็เอา format ของเค้ามาปรับใช้ค่ะ เช่น ถ้าที่ติดอยู่เป็นคอนเทนต์แบบตาราง ก็ให้เราเพิ่มตารางลงไปในหน้าเว็บที่เราอยากให้ติดค่ะ

การหาหน้าเว็บที่ติดอันดับ ​2–10 เพื่อเอามาปรับ

เราสามารถดูข้อมูลของเว็บเราได้ง่ายๆ ด้วยการไปที่ Google Search Console แล้วเลือก Filter คำจาก Positions จากนั้นก็เลือกไม่เท่ากับ 1 แล้วไล่ดูได้เลย หรือจะ Export ออกมาดูก็ได้ค่ะ

มีรีเสิร์ชบอกไว้ค่ะ ว่าตัว Featured Snippet ส่วนใหญ่ จะเป็นคำที่ยาวๆ เช่น ถ้าเราพิมพ์คำว่า Apple คำเดียว ก็จะไม่มีกล่องคำตอบขึ้นมา แต่ถ้าเราพิมพ์ว่า How to choose an apple หรือวิธีการเลือก Apple ก็จะมีกล่องคำตอบขึ้นมา ดังนั้นแล้ว ให้ Keyword Research เยอะๆ เพื่อดูว่าคนทั่วไปค้นหาอะไรเกี่ยวกับคำที่เราอยากจะติด หรือคำที่เกี่ยวข้องค่ะ

ลองพิมพ์คำที่เราต้องการลงไป แล้วก็ดูว่า Google เติมอะไรมาให้ข้างหลัง หรือดูในหัวข้อ Searches Related to หรือ People also ask ก็จะมีไอเดียว่าคนส่วนใหญ่ค้นหาอะไรกันค่ะ

ลองไปพิมพ์คำที่ต้องการบน Answer the Public ก็จะมีตัวอย่างขึ้นมาเยอะเลยค่ะ ว่าคนเค้าหาคำว่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง

ใช้การตั้งหัวข้อด้วยคำถาม

รีเสิร์ชหลายที่เหนตรงกันค่ะ ว่า Featured Snippet ส่วนใหญ่จะเป็นแบบคำถาม และ 77% ของคำถามนี้ ก็เป็นคำถามว่า “ทำไม” ค่ะ ดังนั้นเวลาตั้งหัวข้อ ลองเปลี่ยนให้เป็นแบบคำถามดูค่ะ เช่น “เหตุผลที่คุณควรรับรักผม” เปลี่ยนเป็น “ทำไมคุณถึงควรรับรักผม?” ก็จะดีกับ Featured Snippet มากกว่าค่ะ

เลือกประเภทคอนเทนต์ที่เหมาะสม

ลองเสิร์ชดูว่า คำที่เราอยากติด เป็นประเภทไหนค่ะ เช่น วิดีโอ ตาราง ลิส หรือพารากราฟ แล้วก็ทำตามนั้นเลย ถ้าคำที่เราอยากได้ยังไม่มี ลองเสิร์ชที่ใกล้เคียงก็ได้ค่ะ ก็จะช่วยให้เราทำคอนเทนต์ได้ใกล้เคียงกับที่ Google ชอบมากขึ้นค่ะ แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วคอนเทนต์ที่ติดกล่องคำถามจะเป็นแบบพารากราฟ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเหมาะกับคำที่เราอยากติดเสมอไปค่ะ

ตอบคำถามให้ดีที่สุด

สุดท้ายแล้ว ตัว Featured Snippet นี้เกิดขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้คำตอบจากคำที่ค้นหาได้เร็วที่สุดค่ะ ดังนั้นแล้วเวลาเราเขียนอธิบายอะไรก็ตาม ไม่ควรยืดเยื้อ มีรายงานจาก A.J. Ghergich บอกไว้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วคำตอบในกล่องคำตอบนี้ยาวแค่ 45 คำ และยาวที่สุด 97 คำเท่านั้นค่ะ

หวังว่าทุกคนคงจะได้เข้าใจเรื่อง Featured Snippet มากขึ้น พร้อมได้แนวทางในปรับเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับ 0 นี้ได้ดีขึ้นนะคะ ส่วนตัวแนะนำว่าไม่ต้องซีเรียสมาก ดูไว้เป็นแนวทางและไอเดียก็พอ เน้นทำคอนเทนต์ให้ดีที่สุด แล้วค่อยๆ ปรับไปเรื่อยๆ เราก็จะมีโอกาสติดอันดับดีขึ้นไปเรื่อยๆ เองค่ะ 🙂 อ่านจบแล้ว มาอ่านเทรนด์การทำ SEO ปี 2021 อื่นๆ นอกจากเจ้า Featured Snippets นี้กันค่ะ

ติดตามอ่านคอนเทนต์เพิ่มเติมกันได้ที่ Facebook และ Podcast (Spotify, Apple, Websites) ได้นะคะ 🤍

Foodie. Digital Nomad. SEO Consultant. Writer. Marketer. https://chalakornberg.com/

Foodie. Digital Nomad. SEO Consultant. Writer. Marketer. https://chalakornberg.com/