สรุป SEO Trends ล่าสุดจากรายงาน We Are Social Digital 2020 Q3 เดือนตุลาคม

We Are Social ได้ออกข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตและ Social Media ออกมาทุกไตรมาส และล่าสุดก็ได้ออกรายงานของเดือนตุลาคมออกมาเรียบร้อย มีหลายที่เขียนสรุปไว้แล้ว แต่วันนี้เราจะมาสรุปผ่านแว่นตา SEO กันค่ะ ว่ารายงานนี้ จะส่งผลกับการติดอันดับบน Google ของเรายังไงบ้าง :)

ใครๆ ก็ต้องมีเว็บ และถ้ามีเว็บก็ต้องทำ SEO

สำหรับคนที่ใช้อินเตอร์เน็ต 80%+ เลยที่หาข้อมูลสินค้าบนเว็บก่อน และเข้าดูเว็บของร้านค้าบนออนไลน์ก่อน ฉะนั้นการมีเว็บไซต์เพื่อประกอบการตัดสินใจสำคัญมากๆ ถึงเราจะเป็นร้านขายของที่มีหน้าร้านก็ตาม และถ้าเรามีเว็บไซต์ แล้วอยากให้คนเห็น ยังไงก็ต้องทำ SEO ไม่งั้นก็เหมือนเปิดร้านขายของในมุมอับที่ไม่มีใครเดินผ่าน เสียเงิน เสียเวลา เสียแรงที่รัก เสียแรงที่ทุ่มเท….

ยิ่งไปกว่านั้น ช่องทาง Seach Engine ยังเป็นช่องทางที่คนเจอ “แบรนด์ใหม่มากที่สุด” ดังนั้นยิ่งตอกย้ำไปอีก ว่าการทำการตลาดบน Search Engine สำคัญที่สุดในโลกหล้า ถ้ายังอยากขายของอยู่ค่ะ

Tips: ใครอยากทำ SEO จริงจัง ตอนนี้เมมีเปิดคอร์สสอนอยู่นะคะ ดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย :) เป็นคอร์สสุดท้ายของปีนี้แล้ว รับรองว่าสนุก ตบมุกแอร์ดังบ้าง ไม่ต้องพื้นฐาน ก็มาเรียนแบบที่จบแล้วทำเองเป็นเลย ถ้าจ้างใครทำก็ไม่ต้องกลัวโดนหลอกด้วยค่ะ 🤍

Mobile Friendly ยังเป็นเรื่องที่สำคัญกับ SEO

เดือนมีนาคมปีหน้านี้ Google ได้ประกาศแล้วว่าจะเริ่มใช้ Mobile First Indexing อย่างจริงจัง เพราะการค้นหาส่วนใหญ่มาจากมือถือ (อ่านสรุปเรื่องนี้ที่เมเขียนไว้ ได้ที่นี่เลยค่ะ) และตัวเลขจาก We Are Social ก็แสดงออกมาคล้ายๆ กัน ว่าจำนวนคนใช้โทรศัพท์มือถือเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขเดือนตุลาคมคือคนใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 102 ล้านคน จากปีที่แล้วค่ะ

และเทรนด์การใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย ดังนั้นการทำให้เว็บเปิดบนมือถือได้ลื่นๆ มันสำคัญมากจริงๆ นะคะ :)

แค่ Mobile-friendly ไม่พอ ต้อง Responsive ด้วย

ตัวเลขอีกตัวนึงที่น่าสนใจ การเข้าเว็บไซต์​แบ่งตามอุปกรณ์ต่างๆ ค่ะ จะเห็นได้ว่าโทรศัพท์มือถือยังนำอยู่ทุกอุปกรณ์ แต่ตัวเลขกลับลดลง ในขณะที่การเข้าชมเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงโควิด ทำให้คนกักตัวอยู่บ้าน และใช้อินเตอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์มากขึ้น แทนการเล่นมือถือระหว่างเดินทางค่ะ หมายความว่าในอนาคต ตัวเลขบนมือถืออาจจะกลับมาเพิ่มขึ้น และตัวเลขการใช้งานบนคอมพิวเตอร์อาจจะลดลงค่ะ

Takeaway ที่คิด่าน่าสนใจจากตัวเลขนี้ ก็คือประกาศบั๊กล่าสุดจาก Google ที่บอกว่าจะไม่แก้แล้วค่ะ คือเค้าบอกไว้ว่าปีหน้าจะใช้ Mobile-first indexing แบบจริงจังใช่มั้ยคะ?​ ทีนี้เว็บไซต์ที่มีโดเมนแยกระหว่างมือถือและคอม (พวกที่มี m.WEBSITE.com กับ www.WEBSITE.com แบบนี้ค่ะ) จะมีปัญหาเลย เพราะว่า Google ก็จะเอาตัว m. เป็นหลักแล้ว ทีนี้ถ้คนเข้าจากคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะทำให้หน้าจอมันแปลกๆ ได้ค่ะ อันนี้ทางเว็บต้องหาทางแก้เอง

และทางแก้ที่ดีที่สุด ก็คือทำให้เว็บไซต์ของเรา Responsive ใช้ได้ทุกอุปกรณ์ค่ะ ไม่ได้ต้องมีโดเมนแยก (อยากรู้เรื่องการทำให้เว็บไซต์ Responsive เพิ่มเติม เมเคยโพสต์ไว้ที่นี่ค่ะ)

Google อาจจะมีคู่แข่งคนสำคัญ

แน่นอนว่า Google ยังเป็นเว็บไซต์ที่คนเข้าเยอะที่สุดทั่วโลก อันนี้จาก SEMRUSH แต่ทุกสำนักก็บอกตรงกันหมด และจากตัวเลขด้านล่างเราจะเห็นได้ว่าด้วยตัวบราวเซอร์แล้ว มีแค่ Google Chrome และ Safari เท่านั้นที่มีการเติบโตค่ะ แม้สัดส่วนจะยังต่างกันมาก และ Google ดูจะวินแบบเหนือๆ แต่ที่น่าสนใจคือล่าสุด Apple จะพัฒนา Seach Engine ของตัวเองแล้ว ด้วยตัวเลขผู้ใช้งานที่เรียกได้ว่าใกล้กับ Google Chrome (ไม่ใกล้มาก แต่ก็ใกล้ที่สุดในทุกบราวเซอร์) เรียกได้ว่ามูฟนี้น่าสนใจ แต่ถ้ามูฟวี่จะเป็นภาพยนตร์….​(พักถอนหายใจ — นึกว่าจะไม่มีมุกแล้ว!) เราต้องคอยติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดกันต่อไปนะคะ อนาคตอาจจะต้องหันมาทำ SEO บน Applw Search Engine ก็ได้

ความเร็วของเว็บไซต์ ยังคงสำคัญมาก

ช่วงหลังๆ นี้ Google หันมาให้ความสนใจกับเรื่อง UX เยอะขึ้นมาก ล่าสุดก็ปล่อยตัว Core Web Vitals ออกมาให้เราได้เริ่มศึกษากัน สำหรับประเทศไทยแล้ว จะเห็นว่าความเร็วอินเตอร์เน็ตยังช้ากว่าค่าเฉลี่ยอยู่ และ Google ก็เคยบอกไว้ว่า ถ้าเว็บช้าไปสามวิ คนจะหายไปครึ่งนึง ดังนั้นแล้ว อย่าลืมตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์ของตัวเองกันด้วยนะคะ เรียกว่าให้คลิกเข้ามาแล้วไม่ต้องรอนาน ดีที่สุดค่ะ

Tips: เช็คความเร็วเว็บไซต์ของตัวเองได้ที่ https://developers.google.com/speed/pagespeed/insights/

Voice Search มาแน่

จากตัวเลขเราจะเห็นว่า โดยเฉลี่ยแล้วคนเกือบครึ่งใช้งาน Voice Search แล้ว ซึ่งเวลาเราพิมพ์เพื่อหาข้อมูล กับพูดเอา มันก็จะต่างกันใช่มั้ยล่ะคะ?​ ดังนั้นแล้วเวลาเขียนคอนเทนต์​ให้ใช้ภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ มีการเขียนสไตล์ถามตอบเยอะๆ เช่น ใครอยากเป็นเศรษฐี?​ ฉันล่ะสิ ฉันล่ะสิ! ก็จะช่วยได้ค่ะ

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเขียนว่า ​​”กำหนดยื่นภาษี” อาจจะเปลี่ยนเป็นสไตล์ถามตอบว่า ​”ยื่นภาษีได้ถึงเมื่อไหร่?” แบบนี้ก็จะเป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์ Voice Search ค่ะ

SEO อย่างเป็นธรรมชาติ อาจจะเป็นทางรอดเดียวในอนาคต

แน่นอนว่าการหาลูกค้าหลายๆ ทางคือดีที่สุดเลยค่ะ แต่จะเห็นว่าจากตัวเลข คนเกือบครึ่งเลยที่ใช้ Ad Blockers นี่ก็แสดงว่าไม่มีใครอยากดูโฆษณาเวลาเค้าทำอย่างอื่นเท่าไหร่ ถ้าในอนาคตเทรนด์นี้สูงขึ้นเรื่อยๆ การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแบบไม่ต้องมีโฆษณาอาจจะเป็นหนึ่งในทางรอดไม่กี่ทาง ที่เรายังทำการตลาดได้แบบไม่โดนบล็อกค่ะ :)

สุดท้ายแล้ว อยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักและเรียนรู้เรื่อง SEO ไปด้วยกันนะคะ มันไม่ยากอย่างที่คิด และถ้าทำได้ก็จะเป็นประโยชน์กับธุรกิจของเรา ได้คนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แบบที่ไม่ต้องพึ่งโฆษณาอีกเลย :)

ใครอยากเรียน SEO เข้ามาดูรายละเอียดคอร์สได้ที่นี่ และถ้ายังลังเลใจ มาติดตามกันบน Facebook ได้ก่อน มีทั้งไลฟ์สอน SEO ฟรี และโพสต์ความรู้เต็มเลยค่ะ 😊

ที่มาสไลด์ ตามไปโหลดกันได้นะคะ ❤️: https://www.slideshare.net/DataReportal/digital-2020-october-global-statshot-report-october-2020-v01

Foodie. Product Owner. Writer. Digital Nomad. https://chalakornberg.com/

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store