คนแบบไหนกันนะ ที่เก็บของได้แล้วไม่คืน?

ลองหลับตาแล้วจินตนาการดูว่า ถ้าคุณลืมโทรศัพท์มือถือที่ติดตัวไว้ข้างกายบนแท๊กซี่วันนี้ ความรู้สึกในหัวใจของคุณบอกว่า จะมีโอกาสได้คืนมากน้อยแค่ไหนนะ?

ในค่ำคืนวันฝนตกพรำๆ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ย่างเข้าเดือนหก หลังจากภารกิจที่ล้มเหลวในการฝ่าสายฝนบนถนนเพชรบุรีกับพี่มอเตอร์ไซค์วินคันนั้นไปให้ถึงเอกมัย ร่างกายอันเปียกปอนพร้อมหัวใจอันเหนื่อยล้าก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางต่อด้วยแท็กซี่สีชมพู ผู้ที่เข้ามาได้ตรงเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจ

บรรยากาศอันแสนอับชื้นน่าอึดอัดได้จบลง เมื่อเราก้าวขาออกมาจากแท็กซี่คันนั้นแม้จะยังไม่ถึงที่หมาย ด้วยมิอาจต้านทานการเรียกร้องให้เราเดินข้ามถนนไปลุ้นระทึกกับกับระเบิดบนฟุตบาทไปอีกไม่กี่ร้อยเมตร แทนการไปกลับรถในวันที่การจราจรติดขัดเช่นนี้

ไม่นานหลังจากนั้น เราก็ค้นพบว่า เราลืมโทรศัพท์ไว้บนแท็กซี่ แล้วสินะ

ภาพแท็กซี่เพื่อการประกอบบทความเท่านั้นนะ :)

หลังจากความพยายามติดตามหลายช่องทางกว่าสี่ชั่วโมงอันแสนยาวนาน พร้อมด้วย 26 สายที่พยายามติดต่อไปหากแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ แม้จะติดตาม location ของโทรศัพท์เครื่องนี้ได้ตลอดเวลา เราตั้งใจจะกลับมาตั้งหลักที่บ้านเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

แล้วทันใดนั้น ก็มีสายโทรเข้ามายังเบอร์สำรอง ด้วยความระทึกใจปนความเหนื่อยล้า เรากดรับสายด้วยเสียงที่แหบแห้งไร้ความหวัง

แม้จะรู้ดีกว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง และโทรศัพท์เครื่องนั้นที่กำลังตามหา ได้เดินทางไปหลายแห่งในกรุงเทพตลอดสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เราตัดสินใจที่จะไม่สร้างการต่อรอง เพียงแต่ทำการนัดพบเสียงปลายสายนั้น และหวังว่าค่าตอบแทนที่เราตั้งใจว่าจะให้แทนคำขอบคุณ จะคุ้มค่าเพียงพอกับการพูดเท็จเพื่อเรียกร้องค่าเสียเวลาในครานี้

ทำไมกันนะ ผู้ชายคนนั้นจึงรู้สึกว่า เค้าควรได้รับการตอบแทนจากการทำความดีในครั้งนี้​?​ และเค้ารู้สึกมันมากเพียงพอที่จะสร้างเรื่องราวประกอบเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ

คนแบบไหนกันนะที่เก็บของได้แล้วจะนำไปคืนด้วยหัวใจสุจริต และไม่หวังผลตอบแทน?

การทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนเกิดจากอะไร

Altruism หรือการทำดีเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นโดยไม่หวังผล เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือนักเศรษฐศาสตร์ ต่างก็ให้ความสนใจในการศึกษา เพราะว่าพฤติกรรมเหล่านี้เอง ที่จะเป็นรากฐานในการสร้างสังคมการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ให้มีคุณภาพ สวยงาม และมั่นคง

มันคงจะดีกว่ามั้ยนะ? ถ้าเราอยู่ในสังคมที่สามารถวางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะที่ร้านกาแฟระหว่างที่กำลังเดินไปสั่งขนมเพิ่ม โดยไม่ต้องกังวลว่าเราจะเดินกลับมาพร้อมขนมเพื่อพบกับโทรศัพท์ที่หายไป

มีหลายงานวิจัยที่พบว่า การทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เกิดขึ้นโดยมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างของสมองมนุษย์ ไม่น้อยไปกว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในส่วนต่างๆ ของสมอง และสิ่งเหล่านี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ในเด็กทารกตั้งแต่เริ่มมีอายุ 14 เดือน

และที่สำคัญ หากได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และฝึกฝนที่ถูกต้อง เราก็สามารถสร้างพฤติกรรมการ ทำดีโดยไม่หวังผล ให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย

การให้เงินรางวัล เป็นแรงกระตุ้นที่ดี?

งานวิจัยในเรื่องการให้รางวัลเพื่อกระตุ้นพฤติกรรม ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มาก มีงานวิจัยหนึ่งที่พบว่า การให้เงินรางวัล ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจทำความดีเพื่อบุคคลอื่น แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มาก ว่าการให้รางวัลด้วยวิธีนี้ เป็นเพียงการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมในเวลาสั้นๆ เท่านั้น

ที่น่าสนใจคือ มีงานวิจัยที่เสนอว่า ส่วนของสมองที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับรางวัล กับส่วนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการทำดีแบบไม่หวังผล ไม่สามารถทำงานไปพร้อมๆ กันได้

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราขอให้เพื่อนมาช่วยย้ายข้าวของไปยังคอนโดใหม่ที่เราเพิ่งซื้อ เพื่อนก็อาจจะเต็มใจมาช่วยโดยที่ไม่ได้ใช้เวลาในการตัดสินมากนัก แต่หากเราทำการเสนอผลตอบแทน เช่น ถ้ามาช่วยเราย้ายของวันนี้ เดี๋ยวเราจะให้ค่าเสียเวลา 500 บาทนะ สมองในส่วนผลตอบแทนของเพื่อนจะเริ่มประมวลว่า 500 บาทนี้คุ้มค่ากับเวลาของเค้าหรือไม่?​ หรือจริงๆ ผลตอบแทนควรมากกว่านี้?​ สุดท้ายแล้วเพื่อนอาจจะแนะนำให้เราใช้บริการขนย้ายของแทนที่จะมาช่วยแบบไม่หวังผลตอบแทนก็ได้

ข้อความที่ส่งไปขึ้นหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังตามหา โดยบริการ Find My Phone ของ Google

หรือว่าจริงๆ แล้ว การที่เราส่งข้อความแจ้งที่หน้าจอ ว่าเราจะมีค่าตอบแทนในการคืนโทรศัพท์เครื่องนี้ให้ มันไปกระตุ้นสมองในส่วนของการตอบแทน ทำให้ผู้ชายคนนั้นเค้าไม่สามารถที่จะคืนโทรศัพท์เราแบบไม่หวังผลได้นะ?

เราควรจะสื่อสารกับคนอื่นอย่างไร?

เหตุการณ์ที่หมดที่เกิดขึ้น ทำให้เราได้กลับมาลองคิดทบทวนว่า การที่คนอื่นจะมีพฤติกรรมอย่างไรนั้น วิธีการสื่อสารและติดต่อกันก็สามารถสร้างผลกระทบได้อย่างมากเช่นกัน

หากเราต้องการบอกคนที่เก็บโทรศัพท์เราว่าให้ช่วยเอามาคืน บางทีเราอาจจะต้องทำแค่เพียงร้องขอ “ให้ผู้พบเห็นนำมาคืน” โดยที่ไม่มีรางวัลใดๆ มากระตุ้นสมองในส่วนที่เราไม่อยากให้เกิด

หน้าจอการล็อกโทรศัพท์จากบริการ Find My Phone ของ Google

ทางผู้ให้บริการ เช่น Google ก็สามารถที่พัฒนาโปรดักเพื่อสร้างพฤติกรรมและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้

เช่น หากมีการปลดล็อก และใส่รหัสยืนยันว่าเจ้าของได้พบแล้วจริง ให้คำนวนว่า มีอัตราการได้ของคืนและไม่ได้ของคืนเป็นเท่าไหร่

และทำการวิเคราะห์ดูว่า ข้อความที่ส่งไปขึ้นหน้าจอ (Recovery Message) แบบไหนที่ให้ผลดี

จากนั้นก็จะสามารถขึ้นข้อความแนะนำได้ว่า ข้อความประเภทไหน ที่ช่วยให้ได้โทรศัพท์มือถือคืนมากที่สุด และผู้ใช้เขียนข้อความตรงนี้อย่างไร

สุดท้ายแล้ว เราหวังว่า ทุกการกระทำและการตัดสินใจของเราเอง จะสามารถเกิดขึ้นได้โดยความต้องการ “ทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน” และคงจะดียิ่งขึ้นไปอีกหากเราสามารถส่งต่อไอเดียที่ว่า การทำความดีมันฝึกฝนและเรียนรู้กันได้ ให้กับทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ เริ่มต้นทำดีเพื่อคนอื่นไปด้วยกัน

วันนี้ทำความดีอะไรแล้วบ้าง อย่าลืมมาแบ่งปันกันนะ :)

กด follow ที่นี่ หรือไปติดตามกันต่อได้ที่เว็ปไซต์เลย :)

Foodie. Product Owner. Writer. Digital Nomad. https://chalakornberg.com/

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store